การถูกละเมิดลิขสิทธิ์เพลงเป็นเรื่องเลวร้ายที่ผมต้องรับมือมาตั้งแต่อายุยังน้อย เพียงออกผลงานเพลงชุดแรกก็ถูกลักลอบทำซ้ำแบบเถื่อน และวางขาย กันอย่าง กลาดเกลื่อนทั่วประเทศแล้ว ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าจนถึงวันนี้ที่ผ่านมากว่าครึ่งชีวิตในวงการเพลง ผมยังต้องรับมือกับการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ หลายรูปแบบ ทั้งละเมิดด้วยการผลิตเป็น CD และ MP 3 เถื่อน, นำเพลงที่ผมประพันธ์ไปบันทึกเสียงแบบเถื่อน หรือแม้แต่บุคคล และองค์กรที่มีภาพลักษณ์ สวยงามในสังคมบางรายก็ยังนำเพลงของผมไปใช้แบบเถื่อนด้วยเช่นกัน
ผมไม่อาจยอมรับการกระทำที่ไม่ถูกต้องนี้ แต่พยายามทำใจว่ามัน “เป็นเช่นนั้นเอง” และยังมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานเพลงต่อไป
เมื่อหลายปีก่อนมีคนมาเล่าให้ฟังว่าเพลง “ใบไผ่” ของผมถูกนำไปใช้ในละครโทรทัศน์ ตอนที่ได้ฟังก็รู้สึกงงเล็กน้อยเพราะไม่เคย มีผู้ผลิต ละครโทรทัศน์รายใดติดต่อขออนุญาตใช้เพลงนี้ ผมยังไม่เชื่อในคำบอกเล่าจนกระทั่งได้พบหลักฐานการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ชัดเจนจริงๆ ตั้งแต่นั้นมาจึงรู้ว่า การละเมิด ลิขสิทธิ์ไม่ได้เกิดจากน้ำมือของพวกนอกกฎหมายที่แอบกระทำอยู่ในมุมมืดของสังคมเท่านั้น
แม้แต่คนในวงการโทรทัศน์ที่น่าจะยืนอยู่ข้างความถูกต้องดีงามก็มีการกระทำอันไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน
ในเวลาต่อมามีผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ ทั้งรายการบันเทิง รายการข่าว และรายการพิเศษที่จัดขึ้นในโอกาสสำคัญต่างๆ นำเพลง “กำลังใจ” ที่ขึ้นต้นเนื้อร้องว่า “ในยามที่ท้อแท้ ขอเพียงแค่คนหนึ่ง จะคิดถึงและคอยห่วงใย...” ที่ผมเป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้อง ทำนองและเป็นเจ้าของ ลิขสิทธิ์ไปเผยแพร่ออกอากาศกันเป็นจำนวนมากโดยไม่มีการขออนุญาต บอกกล่าวและให้เครดิตในฐานะผู้ประพันธ์เพลงแต่อย่างใด
การกระทำดังกล่าวนี้บั่นทอนความรู้สึกของผม อนาถใจที่เห็นว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงมากขึ้นในแวดวงผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ ที่มีอิทธิพลต่อความคิด ความเชื่อของผู้คนทั่วประเทศ ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าเป็นห่วงไม่น้อยกว่าความเสื่อมถอยทางปัญญาอื่นๆ ที่เกิดขึ้นใน สังคมไทย การละเมิด ลิขสิทธิ์เพลง ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงให้กับวงการเพลงและ ผู้สร้างสรรค์ผลงานจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังได้สร้างความเสื่อม เสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกที่มีปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์
พูดแบบเข้าใจง่ายๆ คือคนไทยกำลังถูกต่างชาติมองว่าเป็น “หัวขโมย” ที่ถนัดเรื่องฉกฉวยทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นนั่นเอง แต่ถึงกระนั้น ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์จำนวนไม่น้อยที่ควรมีบทบาทสำคัญในการสร้างค่านิยมแห่งการเคารพสิทธิของผู้อื่นกลับเป็นฝ่ายละเมิดลิขสิทธิ์เสียเอง ซึ่งแทบไม่ต่างอะไรกับที่บรรดาผู้ผลิต CD และ MP 3 เถื่อนกระทำอยู่
ในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่เพลงของผมถูกนำไปเผยแพร่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมในลักษณะ “ให้กำลังใจ” โดยเฉพาะการให้กำลังใจผู้ที่ประสบกับความทุกข์อย่างสาหัสจากภัยพิบัติทางธรรมชาติมากมาย
แต่การ “หยิบยื่น” กำลังใจให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยการ “หยิบฉวย” โดยไม่มีการขออนุญาตหรือบอกกล่าว ให้ผู้ประพันธ์เพลง และเจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับทราบ อีกทั้งไม่มีการให้เครดิตผู้ประพันธ์แต่อย่างใด ย่อมเป็นการกระทำที่น่าผิดหวังและถือเป็น “ภัยพิบัติทาง จริยธรรม” อันเกิดจากความมักง่ายและเห็นแก่ตัวของผู้ผลิตรายการโทรทัศน์จำนวนไม่น้อยด้วยเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ผมจึงเขียนบทความ(ในใจ)นี้...
ด้านหนึ่งเพื่อสะท้อนความรู้สึกลึกๆ ในช่วงเวลาที่ยาวนานเพื่อให้ท่านสื่อมวลชน เพื่อนพ้องน้องพี่ในวงวรรณกรรม และนักคิดนักเขียนทั่วประเทศได้รับทราบ เผื่อว่าบางทีเรื่องราวของผมอาจนำไปใช้ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ได้ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากมีท่านใดช่วยกระตุ้นจิตสำนึกผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ให้ตระหนักถึงความสำคัญในการเคารพสิทธิของผู้อื่นและข้ามพ้นการทำงานแบบ “ขอไปที” เหมือนที่ผ่านๆ มา ก็ถือว่าได้ทำกิจอันเป็นกุศลไม่น้อยทีเดียว
อีกด้านหนึ่งที่สำคัญคือผมได้ส่งงานเขียนนี้ไปถึงผู้ผลิตรายการโทรทัศน์หลายรายที่ได้กระทำสิ่งที่น่าละอายไปแล้ว แต่จะช่วยให้ “ได้คิด” มากน้อยแค่ไหนนั้นผมคงไม่อยากคาดหวังอะไร
ไม่ใช่ผมคนเดียวเท่านั้นที่ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ควรให้ค่าในฐานะผู้สร้างสรรค์ผลงาน และเคารพในความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงโดยชอบด้วยกฎหมาย ต่อให้เป็นผู้ประพันธ์ที่ ไม่มีใครในประเทศนี้รู้จักก็ควร “ค้อมหัวใจ” ให้เช่นกัน ถ้าหากว่าต้องการนำเพลงของเขาไปใช้ ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
การทำหนังสือขออนุญาตหรือบอกกล่าวด้วยวาจาและให้เครดิตผู้ประพันธ์เพลงนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
แล้วเหตุใดผู้ผลิตรายการโทรทัศน์หลายรายการจึงไม่เลือกใช้วิธีที่ถูกต้องนี้
เพลง “ใบไผ่”
ประพันธ์เนื้อร้อง ทำนอง เจ้าของลิขสิทธิ์: ฤทธิพร อินสว่าง บันทึกเสียง เผยแพร่และจำหน่ายครั้งแรก ในผลงานของ ฤทธิพร อินสว่าง *ศิลปินที่ขับร้องบันทึกเสียงเพลง “ใบไผ่” ในผลงานที่เผยแพร่และจำหน่ายโดยมีการขออนุญาตอย่างถูกต้องในเวลาต่อมาคือ อี๊ด วงฟลาย, ไท ธนาวุฒิ, สุนารี ราชสีมา, วงสตาร์คอรัส, พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ (ในนามศิลปิน “สหาย”), แฟ็บ เครือวัลย์ และ ผู้ขับร้องที่ไม่ระบุชื่อในผลงานของค่ายเพลง EVS
เพลง “กำลังใจ”
ประพันธ์เนื้อร้อง ทำนอง เจ้าของลิขสิทธิ์: ฤทธิพร อินสว่าง โฮป เป็นศิลปินวงแรกที่ขออนุญาต นำเพลง กำลังใจ” ไปขับร้องบันทึกเสียงในผลงาน ที่เผยแพร่และจำหน่าย *ศิลปินที่ขับร้องบันทึกเสียงเพลง “กำลังใจ” ในผลงานที่เผยแพร ่และจำหน่ายโดยมีการขออนุญาต อย่างถูกต้อง ในเวลา ต่อมา คือ อี๊ด วงฟลาย, เสาวลักษณ์ ลีละบุตร, อรวี สัจจานนท์, อรวรรณ เย็นพูนสุข, โดม มาร์ติน, สุนารี ราชสีมา หนุ่มสกล, ศุ บุญเลี้ยง (ในนามศิลปิน “สหาย”), วงคู่รัก, คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู, โฮป แฟมิลี และผู้ขับร้องที่ ไม่ระบุชื่อในผลงานของค่ายเพลง EVS *นอกจากนี้ยังมีการขออนุญาตนำเพลง “กำลังใจ” ไปจำหน่ายในผลงานเพลง ชุดพิเศษ เช่น รวมฮิตและแสดงสดของ ค่ายเพลงต่างๆ ใช้ในการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินที่มีชื่อเสียง ประกอบรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์ขนาดสั้น และภาพยนตร์โฆษณาอีกเป็นจำนวนมาก